แนวโน้มตลาดบ้านเดี่ยวและทาว์เฮ้าส์ ในปี 2564

ถ้าหากจะพูดถึงบ้านเดี่ยวและทาวน์เฮ้าส์ในช่วงปี 2562 ถึงปี 2563 หลายคนอาจจะไม่ค่อยสนใจเท่าไหร่ แต่กลับเลือกที่จะหันไปให้ความสนใจกับคอนโดมากกว่า นั่นก็เพราะว่า คอนโด ถือเป็นสถานที่ที่มีขนาดไม่ใหญ่ เหมาะอย่างมากสำหรับเหล่าบรรดาพนักงานที่ใช้ชีวิตส่วนใหญ่ที่ทำงานการกลับมาที่คอนโดก็เพียงแค่นอนหลับจากนั้นก็ตื่นไปทำงานนั่นจึงทำให้เหล่าบรรดาคอนโดมิเนียมเป็นที่นิยมอย่างมาก นอกจากนี้แล้วนั้นยังอาจจะเป็นเพราะว่าคอนโดมิเนียมส่วนใหญ่มีการปลูกสร้างขึ้นใกล้กับถนนหรือใกล้กับบีทีเอส รถไฟฟ้าต่างๆ ยิ่งเป็นการเพิ่มความสะดวกสบายมากยิ่งขึ้นก็ยิ่งทำให้เราบรรดาผู้ใช้บริการหรือคนที่จะทำการลงทุนเพื่อที่จะหาที่อยู่อาศัยซักที่นึงและยังอยู่ใกล้ที่ทำงานจึงเลือกใช้คอนโดมิเนียมเป็นที่อยู่อาศัยที่ผู้คนสนใจมากขึ้นในช่วงหลายปีที่ผ่านมา

 

แต่อย่างที่ทราบกันดีว่า ในช่วงปีที่ผ่านมา ทั่วโลกเจอสถานการณ์โควิดซึ่งเป็นสถานการณ์ที่ค่อนข้างลำบากต่อการออกไปข้างนอกหรือต่อการใช้ชีวิต การมีโรคระบาดอย่างนี้สิ่งเดียวที่จะทำให้เรารอดผลจากเชื้อโรคได้คือการที่เราจะต้องกักตัวอยู่ในบ้านงดการพบปะผู้คนให้ได้มากที่สุดจึงทำให้หลายหลายสถานที่ทั้งบริษัท โรงเรียน รวมไปถึงร้านอาหารต่างๆ สถานที่ต่างๆที่จะทำให้มีการเผยแพร่เชื้อโรคโดยการอยู่ด้วยกันเป็นกลุ่มต่างก็มีการงดและเปลี่ยนแปลงการทำงานหรือการใช้ชีวิตผ่านทางอินเตอร์เน็ตโดยการกระทำการทุกอย่างที่บ้าน ไม่ว่าจะเป็น การทำงาน Work from home การอยู่ติดกับบ้าน Stay at home เพื่อเป็นมาตรการป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อโควิด19 นั่นจึงทำให้ผู้คน จะต้องทำการอยู่แต่บ้านซึ่งแน่นอนว่าสถานการณ์โควิดนี้คงไม่ได้จบลงที่ปีนี้หรือปีหน้า นั่นจึงทำให้ระยะเวลาที่คุณจะต้องทำงานอยู่บ้านหรือจะต้องเรียนหนังสืออยู่ที่บ้านนั้น ดำเนินไปอีกนาน ซึ่งแน่นอนว่าสำหรับครอบครัวที่มีสมาชิกอยู่หลายคนการอยู่ในคอนโดมิเนียมอาจจะไม่ค่อยตอบโจทย์สักเท่าไหร่นั่นจึงทำให้หลายต่อหลายครอบครัวตัดสินใจที่จะเริ่มต้นขยับขยายโดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเวลาที่เศรษฐกิจกำลังค่อยๆค่อยๆฟื้นตัวจึงทำให้เหล่าบรรดาครอบครัวกลุ่มนี้สามารถที่จะมองหาบ้านสักหลังเพื่อจะได้อยู่กันหลายหลายคนอย่างสะดวกสบาย

ซึ่งด้วยความที่เศรษฐกิจกำลังจะฟื้นตัวบวกกับสภาวะแนวโน้มตลาดอสังหาริมทรัพย์ปีก่อนก่อนมีความซบเซาลงไป จึงให้ตลาดอสังหาริมทรัพย์เด็กปีนี้มีแนวโน้มที่จะเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งแน่นอนว่าในส่วนของผู้ประกอบการที่มีการทำธุรกิจในด้านอสังหาริมทรัพย์ไม่ว่าจะเป็นบ้านเดียวหรือทาวน์เฮาส์ มีความเป็นไปได้ว่าจะมีการเปิดขายมากขึ้น เช่นเดียวกันกับอาคารชุด เรียกได้ว่าจากการตรวจสอบแล้วนั้นอาจจะเป็นไปได้ว่าในปี 2564 นี้จะมีจำนวนที่อยู่อาศัยขายได้ไหมทั่วประเทศมีจำนวนการขยายตัวที่เพิ่มมากขึ้น อย่างที่บอกไปแม้ว่าหลายปีก่อนหน้านี้ตลาดของอสังหาริมทรัพย์จะดูเงียบเหงาและยอดขายลดลงแต่เรามั่นใจมากว่าในปีนี้ 2564 ทิศทางจะเป็นไปในทางบวกอย่างแน่นอน

แน่นอนว่าแม้จะมีการวิเคราะห์ออกมาว่าทิศทางของตลาดนั้นจะเป็นไปในทิศทางที่ดีขึ้นแต่ก็ไม่ได้แปลว่าการซื้อบ้านในช่วงนี้จะเป็นสิ่งที่ดีเสมอไปเพราะแน่นอนว่าถึงแม้เราจะรู้กันดีว่าในช่วงนี้ทางรัฐบาลได้มีการจัดเตรียมมาตรการต่างๆเพื่อช่วยในการกระตุ้นเศรษฐกิจจึงทำให้มีการปรับอัตราดอกเบี้ยให้อยู่ในระดับต่ำเพื่อเป็นการช่วยเหลือแก่เหล่าประชาชนที่มีความต้องการอยากจะมีบ้านเป็นของตัวเองแต่ถึงอย่างนั้น ซื้อบ้านหลังหนึ่งอาจจะต้องใช้เงินเยอะ แน่นอนว่าคุณคงไม่ได้มีเงินจำนวนมากมายที่จะทำการซื้อบ้านได้คุณก็อาจจำเป็นจะต้องไปที่สถาบันการเงินแต่เราจะมั่นใจได้อย่างไรว่า คุณจะไม่โดนปฏิเสธสินเชื่อจากสถาบันการเงินในจัการเมืองที่ไม่แน่นอนอีกซึ่งอาจจะทำให้รายได้ของคนนั้นมีการลดลง

 

ดังนั้นแล้วแม้ว่าทิศทางของอสังหาริมทรัพย์จะมีการเติบโตมากยิ่งขึ้นในปีนี้แต่การที่คุณจะตัดสินใจในการซื้อบ้านสักหลังหนึ่งเราอยากให้คุณคิดให้ดีก่อนเพราะคุณไม่มีทางรู้เลยว่าอีกไม่กี่ชั่วโมงถัดไปจะเกิดอะไรขึ้นบ้างกับสถานการณ์บ้านเรา แต่ถ้าพูดถึงแนวโน้มของตัวตลาดเองแล้วมันใจได้เลยว่าในปีนี้ไม่เพียงแต่จะมีคนซื้อบ้านมากยิ่งขึ้นแต่ผู้ผลิตหรือผู้ก่อตั้งหมู่บ้านต่างๆก็จะมีการสร้างบ้านขึ้นมาเพื่อตอบสนองต่อความต้องการของผู้ที่ต้องการใช้งานอย่างเต็มที่อย่างแน่นอน

แนวโน้มตลาดบ้านเดี่ยวและทาว์เฮ้าส์ ในปี 2564

ถ้าหากจะพูดถึงบ้านเดี่ยวและทาวน์เฮ้าส์ในช่วงปี 2562 ถึงปี 2563 หลายคนอาจจะไม่ค่อยสนใจเท่าไหร่ แต่กลับเลือกที่จะหันไปให้ความสนใจกับคอนโดมากกว่า นั่นก็เพราะว่า คอนโด ถือเป็นสถานที่ที่มีขนาดไม่ใหญ่ เหมาะอย่างมากสำหรับเหล่าบรรดาพนักงานที่ใช้ชีวิตส่วนใหญ่ที่ทำงานการกลับมาที่คอนโดก็เพียงแค่นอนหลับจากนั้นก็ตื่นไปทำงานนั่นจึงทำให้เหล่าบรรดาคอนโดมิเนียมเป็นที่นิยมอย่างมาก นอกจากนี้แล้วนั้นยังอาจจะเป็นเพราะว่าคอนโดมิเนียมส่วนใหญ่มีการปลูกสร้างขึ้นใกล้กับถนนหรือใกล้กับบีทีเอส รถไฟฟ้าต่างๆ ยิ่งเป็นการเพิ่มความสะดวกสบายมากยิ่งขึ้นก็ยิ่งทำให้เราบรรดาผู้ใช้บริการหรือคนที่จะทำการลงทุนเพื่อที่จะหาที่อยู่อาศัยซักที่นึงและยังอยู่ใกล้ที่ทำงานจึงเลือกใช้คอนโดมิเนียมเป็นที่อยู่อาศัยที่ผู้คนสนใจมากขึ้นในช่วงหลายปีที่ผ่านมา

 

แต่อย่างที่ทราบกันดีว่า ในช่วงปีที่ผ่านมา ทั่วโลกเจอสถานการณ์โควิดซึ่งเป็นสถานการณ์ที่ค่อนข้างลำบากต่อการออกไปข้างนอกหรือต่อการใช้ชีวิต การมีโรคระบาดอย่างนี้สิ่งเดียวที่จะทำให้เรารอดผลจากเชื้อโรคได้คือการที่เราจะต้องกักตัวอยู่ในบ้านงดการพบปะผู้คนให้ได้มากที่สุดจึงทำให้หลายหลายสถานที่ทั้งบริษัท โรงเรียน รวมไปถึงร้านอาหารต่างๆ สถานที่ต่างๆที่จะทำให้มีการเผยแพร่เชื้อโรคโดยการอยู่ด้วยกันเป็นกลุ่มต่างก็มีการงดและเปลี่ยนแปลงการทำงานหรือการใช้ชีวิตผ่านทางอินเตอร์เน็ตโดยการกระทำการทุกอย่างที่บ้าน ไม่ว่าจะเป็น การทำงาน Work from home การอยู่ติดกับบ้าน Stay at home เพื่อเป็นมาตรการป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อโควิด19 นั่นจึงทำให้ผู้คน จะต้องทำการอยู่แต่บ้านซึ่งแน่นอนว่าสถานการณ์โควิดนี้คงไม่ได้จบลงที่ปีนี้หรือปีหน้า นั่นจึงทำให้ระยะเวลาที่คุณจะต้องทำงานอยู่บ้านหรือจะต้องเรียนหนังสืออยู่ที่บ้านนั้น ดำเนินไปอีกนาน ซึ่งแน่นอนว่าสำหรับครอบครัวที่มีสมาชิกอยู่หลายคนการอยู่ในคอนโดมิเนียมอาจจะไม่ค่อยตอบโจทย์สักเท่าไหร่นั่นจึงทำให้หลายต่อหลายครอบครัวตัดสินใจที่จะเริ่มต้นขยับขยายโดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเวลาที่เศรษฐกิจกำลังค่อยๆค่อยๆฟื้นตัวจึงทำให้เหล่าบรรดาครอบครัวกลุ่มนี้สามารถที่จะมองหาบ้านสักหลังเพื่อจะได้อยู่กันหลายหลายคนอย่างสะดวกสบาย

ซึ่งด้วยความที่เศรษฐกิจกำลังจะฟื้นตัวบวกกับสภาวะแนวโน้มตลาดอสังหาริมทรัพย์ปีก่อนก่อนมีความซบเซาลงไป จึงให้ตลาดอสังหาริมทรัพย์เด็กปีนี้มีแนวโน้มที่จะเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งแน่นอนว่าในส่วนของผู้ประกอบการที่มีการทำธุรกิจในด้านอสังหาริมทรัพย์ไม่ว่าจะเป็นบ้านเดียวหรือทาวน์เฮาส์ มีความเป็นไปได้ว่าจะมีการเปิดขายมากขึ้น เช่นเดียวกันกับอาคารชุด เรียกได้ว่าจากการตรวจสอบแล้วนั้นอาจจะเป็นไปได้ว่าในปี 2564 นี้จะมีจำนวนที่อยู่อาศัยขายได้ไหมทั่วประเทศมีจำนวนการขยายตัวที่เพิ่มมากขึ้น อย่างที่บอกไปแม้ว่าหลายปีก่อนหน้านี้ตลาดของอสังหาริมทรัพย์จะดูเงียบเหงาและยอดขายลดลงแต่เรามั่นใจมากว่าในปีนี้ 2564 ทิศทางจะเป็นไปในทางบวกอย่างแน่นอน

แน่นอนว่าแม้จะมีการวิเคราะห์ออกมาว่าทิศทางของตลาดนั้นจะเป็นไปในทิศทางที่ดีขึ้นแต่ก็ไม่ได้แปลว่าการซื้อบ้านในช่วงนี้จะเป็นสิ่งที่ดีเสมอไปเพราะแน่นอนว่าถึงแม้เราจะรู้กันดีว่าในช่วงนี้ทางรัฐบาลได้มีการจัดเตรียมมาตรการต่างๆเพื่อช่วยในการกระตุ้นเศรษฐกิจจึงทำให้มีการปรับอัตราดอกเบี้ยให้อยู่ในระดับต่ำเพื่อเป็นการช่วยเหลือแก่เหล่าประชาชนที่มีความต้องการอยากจะมีบ้านเป็นของตัวเองแต่ถึงอย่างนั้น ซื้อบ้านหลังหนึ่งอาจจะต้องใช้เงินเยอะ แน่นอนว่าคุณคงไม่ได้มีเงินจำนวนมากมายที่จะทำการซื้อบ้านได้คุณก็อาจจำเป็นจะต้องไปที่สถาบันการเงินแต่เราจะมั่นใจได้อย่างไรว่า คุณจะไม่โดนปฏิเสธสินเชื่อจากสถาบันการเงินในจัการเมืองที่ไม่แน่นอนอีกซึ่งอาจจะทำให้รายได้ของคนนั้นมีการลดลง

 

ดังนั้นแล้วแม้ว่าทิศทางของอสังหาริมทรัพย์จะมีการเติบโตมากยิ่งขึ้นในปีนี้แต่การที่คุณจะตัดสินใจในการซื้อบ้านสักหลังหนึ่งเราอยากให้คุณคิดให้ดีก่อนเพราะคุณไม่มีทางรู้เลยว่าอีกไม่กี่ชั่วโมงถัดไปจะเกิดอะไรขึ้นบ้างกับสถานการณ์บ้านเรา แต่ถ้าพูดถึงแนวโน้มของตัวตลาดเองแล้วมันใจได้เลยว่าในปีนี้ไม่เพียงแต่จะมีคนซื้อบ้านมากยิ่งขึ้นแต่ผู้ผลิตหรือผู้ก่อตั้งหมู่บ้านต่างๆก็จะมีการสร้างบ้านขึ้นมาเพื่อตอบสนองต่อความต้องการของผู้ที่ต้องการใช้งานอย่างเต็มที่อย่างแน่นอน