เทคนิคเลือกใช้โครงหลังคา แบบไหนดี แบบใหนเหมาะ

ส่วนที่สำคัญอีกหนึ่งส่วนสำหรับการสร้างบ้านนั่นก็คือในส่วนของหลังคาเพราะถ้าเราไม่มีหลังคาก็อาจจะไม่มีอะไรมาช่วยในส่วนของการ กันแดดกันลมกันฝนไม่ให้เข้าสู่ตัวบ้านดังนั้นนี่จึงเป็นเหตุผลที่ว่าทำไมบ้านถึงจะต้องมีหลังคา

ซึ่งหลังคาที่มีกันอยู่ในปัจจุบันนี้ก็มีหลากหลายรูปแบบประเภทไม่ว่าจะเป็นหลังคาบ้านทรงจั่วหลังคาบ้านทรง ปั้นหยา หลังคาบ้านทรงแบน ทรงเพิงหมาแหงน ลืมแม้แต่ทรงปีกผีเสื้อ ลักษณะหลังคาบ้านที่มีอยู่ในปัจจุบันนี้มีอยู่มากมายอย่างที่เรากล่าวไป แต่สิ่งหนึ่งที่ผู้คนที่กำลังคิดจะทำการสร้างบ้านเองหรืออาจจะกำลังตัดสินใจว่าจะให้ช่างทำการเลือกโครงหลังคาบ้านแบบใดบทความนี้เรามีมาแนะนำด้วยการส่งแบบแต่ละแบบก็จะมีข้อดีและข้อเสียแตกต่างกันไปดังนั้นบทความนี้เราจึงอยากจะมาแนะนำโครงหลังคาในแต่ละแบบให้คุณได้รู้จักกัน

ขอเริ่มต้นกันที่ คงหลังคาบ้านที่เป็นโครงสร้างเหล็ก อย่างที่เราก็รู้กันดีว่าโครงสร้างเหล็กถือเป็นโครงสร้างของหลังคาที่ในปัจจุบันนี้สามารถมองเห็นได้ทั่วไปนั่นก็เพราะว่าช่างส่วนใหญ่มักจะเลือกใช้โครงเหล็กเพื่อความแข็งแรงทนทานสำหรับการใช้งานในอีกหลายปีข้างหน้า แต่คุณรู้หรือไม่ว่าโครงหลังคาที่เป็นโครงสร้างเหล็กนี้ก็ยังถูกแบ่งออกเป็นสองประเภทย่อยย่อย อันได้แก่หลังคาโครงเหล็กรูปพรรณ ซึ่งจะเป็นเหล็กตัว C ที่มีการนำมาชุบน้ำมันและสีกันสนิม เพื่อไม่ให้ตัวโครงสร้างเหล็กนั้นมีปัญหาในอนาคต จากนั้นนำมาทำการเชื่อมเพื่อขึ้นรูปเป็น โครงหลังคาเหล็ก ซึ่งโดยปกติแล้วนั้นเหล็กแบบนี้จะมีความหนาอยู่ที่ประมาณ 3 มิลลิเมตรซึ่งเหมาะสำหรับการรับน้ำหนักกระเบื้องลอนคู่แต่ก็ยังมีอีกหนึ่งขนาดที่เป็น 3.2 มิลลิเมตรซึ่งเหมาะกับการใช้กับกระเบื้องโมเนีย

ส่วนโครงเหล็กอีกแบบนึงจะเป็นโครงเหล็กสำเร็จรูป โครงเหล็กสำเร็จรูปนี้จะมีน้ำหนักเบากว่าเหล็กรูปพรรณ โดยตัวผิวของโครงเหล็กนี้จะมีการเคลือบป้องกันสนิมรอีกทั้งยังมีการคำนวณการรับน้ำหนักตามรูปแบบหรือรูปทรงหลังคาต่างๆรวมไปถึงวัสดุการมุงหลังคาด้วยโดยวิธีการของโปรแกรมวิศวะกรที่มีการวัดขนาดแล้วตัดมาจากโรงงาน ก็ถือได้ว่าเป็นอีกหนึ่งโครงหลังคาที่มีความน่าสนใจเพราะนอกจากจะมีความสะดวกไม่ต้องรอเวลาในการเชื่อมเหล็กแล้วยังมั่นใจได้ค่อนข้างมากว่าสิ่งที่มีการคำนวณมาแล้วอย่างดีจะสามารถทำให้หลังคาบ้านของคุณนั้นมีความแข็งแรงทนทานไปอีกยาวนานนาน

ส่วนอีกหนึ่งโครงหลังคาบ้านนั่นก็คือเป็นโครงสร้างไม้ที่เป็นวัสดุโครงหลังคาเดิม ที่มีการใช้มาอย่างยาวนานที่สำคัญการใช้โครงหลังคาแบบไม้จะมีการติดตั้งพี่ง่ายไม่ยุ่งยากไม่ว่าช่างคนไหนก็สามารถทำงานได้แต่ข้อเสียของโครงสร้างไม้ก็มีอยู่มากมายเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นในส่วนของอายุการใช้งานที่อาจจะสั้นกว่าโครงสร้างเหล็กอีกครั้งทุกคนอาจจะยังต้องเป็นห่วงในเรื่องของคุณภาพไม้ที่ถ้าหากว่าคนอยากได้คุณภาพไม้ที่ดีมีคุณภาพมากๆ คุณก็อาจจะต้องเสียค่าทำไม้หรือซื้อไม้ที่มากขึ้นเรียกได้ว่าคงหลับคาของคุณก็จะมีค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้น อีกทั้งถ้าหากคุณไม่ทำการดูแลโครงหลังคาของคุณดีดีการใช้โครงสร้างไม้แบบนี้ก็อาจจะทำให้เกิดปัญหาเกี่ยวกับปลวกได้ดังนั้นการที่คุณจะเลือกโครงสร้างแบบไหนในการทำหลังคาบ้านเราก็ขอแนะนำให้ควรทำการศึกษาข้อมูลให้ดีอีกครั้งลองปรึกษากับช่างที่เป็นผู้สร้างบ้านของคุณดูว่าพวกเขาคิดว่าแบบไหนดีกว่ากันหรือพวกเขาสามารถทำแบบไหนได้บ้าง

แต่ไม่ว่าคุณจะเลือกโครงสร้างหลังคาแบบใด สิ่งหนึ่งที่คุณจะต้องคำนึกถึง นั่นก็คือค่าใช้จ่ายในส่วนที่คุณจะต้องออกเพิ่มเพราะคุณจะต้องคุยกับช่างของคุรก่อนว่า เขาเลือกแบบไหนให้กับคุณ และถ้าหากคุณต้องการเปลี่ยนแปลงเป็นไปในแบบที่คุณต้องการ คุณจะต้องมีการเพิ่มเติมในส่วนของค่าใช้จ่ายหรือไม่ ถ้าหากต้องเพิ่ม เราขอแนะนำให้คุณ ลองวิเคราะห์ ในส่วนข้อดีข้อเสีย ความแตกต่าง และในส่วนของราคา เมื่อมาประกอบกันแล้ว คุณควรจะตัดสินใจที่จะเลือกดีหรือไม่

เทคนิคเลือกใช้โครงหลังคา แบบไหนดี แบบใหนเหมาะ

ส่วนที่สำคัญอีกหนึ่งส่วนสำหรับการสร้างบ้านนั่นก็คือในส่วนของหลังคาเพราะถ้าเราไม่มีหลังคาก็อาจจะไม่มีอะไรมาช่วยในส่วนของการ กันแดดกันลมกันฝนไม่ให้เข้าสู่ตัวบ้านดังนั้นนี่จึงเป็นเหตุผลที่ว่าทำไมบ้านถึงจะต้องมีหลังคา

ซึ่งหลังคาที่มีกันอยู่ในปัจจุบันนี้ก็มีหลากหลายรูปแบบประเภทไม่ว่าจะเป็นหลังคาบ้านทรงจั่วหลังคาบ้านทรง ปั้นหยา หลังคาบ้านทรงแบน ทรงเพิงหมาแหงน ลืมแม้แต่ทรงปีกผีเสื้อ ลักษณะหลังคาบ้านที่มีอยู่ในปัจจุบันนี้มีอยู่มากมายอย่างที่เรากล่าวไป แต่สิ่งหนึ่งที่ผู้คนที่กำลังคิดจะทำการสร้างบ้านเองหรืออาจจะกำลังตัดสินใจว่าจะให้ช่างทำการเลือกโครงหลังคาบ้านแบบใดบทความนี้เรามีมาแนะนำด้วยการส่งแบบแต่ละแบบก็จะมีข้อดีและข้อเสียแตกต่างกันไปดังนั้นบทความนี้เราจึงอยากจะมาแนะนำโครงหลังคาในแต่ละแบบให้คุณได้รู้จักกัน

ขอเริ่มต้นกันที่ คงหลังคาบ้านที่เป็นโครงสร้างเหล็ก อย่างที่เราก็รู้กันดีว่าโครงสร้างเหล็กถือเป็นโครงสร้างของหลังคาที่ในปัจจุบันนี้สามารถมองเห็นได้ทั่วไปนั่นก็เพราะว่าช่างส่วนใหญ่มักจะเลือกใช้โครงเหล็กเพื่อความแข็งแรงทนทานสำหรับการใช้งานในอีกหลายปีข้างหน้า แต่คุณรู้หรือไม่ว่าโครงหลังคาที่เป็นโครงสร้างเหล็กนี้ก็ยังถูกแบ่งออกเป็นสองประเภทย่อยย่อย อันได้แก่หลังคาโครงเหล็กรูปพรรณ ซึ่งจะเป็นเหล็กตัว C ที่มีการนำมาชุบน้ำมันและสีกันสนิม เพื่อไม่ให้ตัวโครงสร้างเหล็กนั้นมีปัญหาในอนาคต จากนั้นนำมาทำการเชื่อมเพื่อขึ้นรูปเป็น โครงหลังคาเหล็ก ซึ่งโดยปกติแล้วนั้นเหล็กแบบนี้จะมีความหนาอยู่ที่ประมาณ 3 มิลลิเมตรซึ่งเหมาะสำหรับการรับน้ำหนักกระเบื้องลอนคู่แต่ก็ยังมีอีกหนึ่งขนาดที่เป็น 3.2 มิลลิเมตรซึ่งเหมาะกับการใช้กับกระเบื้องโมเนีย

ส่วนโครงเหล็กอีกแบบนึงจะเป็นโครงเหล็กสำเร็จรูป โครงเหล็กสำเร็จรูปนี้จะมีน้ำหนักเบากว่าเหล็กรูปพรรณ โดยตัวผิวของโครงเหล็กนี้จะมีการเคลือบป้องกันสนิมรอีกทั้งยังมีการคำนวณการรับน้ำหนักตามรูปแบบหรือรูปทรงหลังคาต่างๆรวมไปถึงวัสดุการมุงหลังคาด้วยโดยวิธีการของโปรแกรมวิศวะกรที่มีการวัดขนาดแล้วตัดมาจากโรงงาน ก็ถือได้ว่าเป็นอีกหนึ่งโครงหลังคาที่มีความน่าสนใจเพราะนอกจากจะมีความสะดวกไม่ต้องรอเวลาในการเชื่อมเหล็กแล้วยังมั่นใจได้ค่อนข้างมากว่าสิ่งที่มีการคำนวณมาแล้วอย่างดีจะสามารถทำให้หลังคาบ้านของคุณนั้นมีความแข็งแรงทนทานไปอีกยาวนานนาน

ส่วนอีกหนึ่งโครงหลังคาบ้านนั่นก็คือเป็นโครงสร้างไม้ที่เป็นวัสดุโครงหลังคาเดิม ที่มีการใช้มาอย่างยาวนานที่สำคัญการใช้โครงหลังคาแบบไม้จะมีการติดตั้งพี่ง่ายไม่ยุ่งยากไม่ว่าช่างคนไหนก็สามารถทำงานได้แต่ข้อเสียของโครงสร้างไม้ก็มีอยู่มากมายเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นในส่วนของอายุการใช้งานที่อาจจะสั้นกว่าโครงสร้างเหล็กอีกครั้งทุกคนอาจจะยังต้องเป็นห่วงในเรื่องของคุณภาพไม้ที่ถ้าหากว่าคนอยากได้คุณภาพไม้ที่ดีมีคุณภาพมากๆ คุณก็อาจจะต้องเสียค่าทำไม้หรือซื้อไม้ที่มากขึ้นเรียกได้ว่าคงหลับคาของคุณก็จะมีค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้น อีกทั้งถ้าหากคุณไม่ทำการดูแลโครงหลังคาของคุณดีดีการใช้โครงสร้างไม้แบบนี้ก็อาจจะทำให้เกิดปัญหาเกี่ยวกับปลวกได้ดังนั้นการที่คุณจะเลือกโครงสร้างแบบไหนในการทำหลังคาบ้านเราก็ขอแนะนำให้ควรทำการศึกษาข้อมูลให้ดีอีกครั้งลองปรึกษากับช่างที่เป็นผู้สร้างบ้านของคุณดูว่าพวกเขาคิดว่าแบบไหนดีกว่ากันหรือพวกเขาสามารถทำแบบไหนได้บ้าง

แต่ไม่ว่าคุณจะเลือกโครงสร้างหลังคาแบบใด สิ่งหนึ่งที่คุณจะต้องคำนึกถึง นั่นก็คือค่าใช้จ่ายในส่วนที่คุณจะต้องออกเพิ่มเพราะคุณจะต้องคุยกับช่างของคุรก่อนว่า เขาเลือกแบบไหนให้กับคุณ และถ้าหากคุณต้องการเปลี่ยนแปลงเป็นไปในแบบที่คุณต้องการ คุณจะต้องมีการเพิ่มเติมในส่วนของค่าใช้จ่ายหรือไม่ ถ้าหากต้องเพิ่ม เราขอแนะนำให้คุณ ลองวิเคราะห์ ในส่วนข้อดีข้อเสีย ความแตกต่าง และในส่วนของราคา เมื่อมาประกอบกันแล้ว คุณควรจะตัดสินใจที่จะเลือกดีหรือไม่